Ninja!

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2551

(¯`°.•°•.★*ประวัติ*★ .•°•.°´¯)





ชื่อ:วิจิตรา เอี่ยมแจ้งพันธุ์
ชื่อเล่น:ปลา
วัน/เดือน/ปี เกิด:02/04/2530
อายุ:21
เชื้อชาติ:ไทย
สัญชาติ:ไทย

ศาสนา:พุทธ
ส่วนสูง:167
น้ำหนัก:45
ที่อยู่:166/289 ม.5 แขวงคลองถนน เขตสายไหม
กรุงเทพมหานคร 10220
เบอร์โทร:0837754471
จบมัธยมปลายจาก:โรงเรียนนราสิกขาลัย จังหวัดนราธิวาส
การศึกษาปัจจุบัน:มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
คณะวิทยาการจัดการ/บริหารธุรกิจ หลักสูตรคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
รหัสนักศึกษา:49172792006
e-mail :49172792006@hotmail.com





วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2551

(¯`·._.·[เตรียมฝึกฯ ให้อะไรกับเรา]·._.·´¯)




ในการเรียนเตรียมฝึกประสบการณ์ฯ ที่ผ่านมา ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ ด้าน. . .
ไม่ว่าจะเป็น ด้านความพร้อมก่อนสมัคงาน ความพร้อมด้านการทำงาน
การ present หรือแม่แต่การออม และบุคลิกภาพที่ดีในการเข้าสังคม. . .
เราได้ประสบการณ์มากมายและหนึ่งในนั่นคือ การทำโครงงาน. . .
ลิ่งที่เราได้จากการทำโครงงานนี้คือ ความสามัคคีในการทำงานเป็หมู่คณะ. . .

การนำเสนอโครงงาน การจัดทำรูปแบบโครงงาน การ present การจัดทำเวปไซต์
และกาะติดตามผลของโครงงานที่เราได้ทำลงไป. . .


สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เราต้องเจอในการทำงานในอนาตคของเราทั้งสิ้น
ในการเรียนเตียมฝึกครั้งนี้. . .ทำให้เรามีความคิด ความพร้อม ทั้งในด้านการทำงาน

เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ต่อไป. . .


วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2551

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2551

อย่าปล่อยให้พื้นที่ในฮาร์ดดิสหายไปโดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์

โดยปกติพื้นในฮาร์ดดิสของเราถูกใช้ในการจัดเก็บไฟล์ไว้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นไฟล์โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (Windows) ไฟล์โปรแกรมทำงาน(เช่น โปรแกรมMS-Word MS-Exel) ไฟล์เกมส์ ไฟล์งาน (เช่น รูปภาพ ไฟล์เอกสาร Word หรือ Exel) ไฟล์เพลง mp3 ฯลฯ ซึ่งไฟล์เหล่านี้ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบในฮาร์ดดิสของเรา แน่นอน ยิ่งเราติดตั้งโปรแกรมลงไปในคอมพิวเตอร์มากเท่าไร เราก็จะยิ่งเสียพื้นในฮาร์ดดิสไปเรื่อยๆ อันนี้ยังไม่นับไฟล์งาน ไฟล์รูปภาพและไฟล์เพลงè ต่างๆ ที่ได้บอกไปแล้วนะ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถตรวจสอบขนาดพื้นที่ของฮาร์ดดิสในเครื่องของเราได้ด้วยวิธีการดังนี้

1. ดับเบิ้ลคลิกที่ My Computer



2. คลิกเมาส์ขวาที่ไดรฟ์ c: หรือ d: (เป็นไดรฟ์ของฮาร์ดดิสที่ใช้เก็บข้อมูล) แล้วคลิก(ซ้าย)ที่เมนู Properties ดังรูป



3. สีน้ำเงินคือพื้นที่ที่ถูกใช้ไป ส่วนสีชมพูคือพื้นที่ที่ว่างอยู่



หลักการมีอยู่ว่า เพื่อนๆจำเป็นต้องเหลือพื้นที่สีชมพูไว้อย่างน้อย10% ของฮาร์ดดิส ไม่งั้นเครื่องจะทำงานช้าลง ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องลบไฟล์หรือโปรแกรมออกจากเครื่องไปบ้าง(ถึงตอนนี้หลายคนเริ่มเศร้า) แต่ก่อนที่จะลบข้อมูลดังกล่าว ขอแนะนำให้ลบ “ไฟล์ขยะ” ออกไปก่อน
ไฟล์ขยะ คืออะไร
ไฟล์ขยะคือ ไฟล์ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ไฟล์เหล่านี้อาจเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากการทำงานของโปรแกรมวินโดว์ วินโดวส์ หรืออาจเกิดจากการเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านโปรแกรม Intenet Explorer และยังรวมไปถึงไฟล์ที่เราลบไปไว้ในถังขยะ (Recycle Bin) อีกด้วย แน่นอนไฟล์ขยะเหล่าไม่มีประโยชน์ ยิ่งนานวันมันก็จะทำให้ฮาร์ดดิสเต็ม ว่าแล้วก็มาลบไฟล์ขยะกันเลยดีกว่า เราเรียกวิธีการลบไฟล์ขยะนี้ว่า “Disk Cleanup” ไม่แน่นะบางทีการทำ Disk Cleanup อาจทำให้เราได้พื้นที่ว่างของฮาร์ดดิสคืนกลับมา โดยที่ไม่ต้องไปลบโปรแกรมหรือไฟล์งานเลยก็ได้

ขั้นตอนการทำDisk Cleanupมีดังนี้

1. คลิกที่ปุ่ม Start แล้วไปที่เมนู All Programs → Accessories → System Tools → คลิกที่เมนู Disk Cleanup ดังรูป


2. คลิกเลือกไดรฟ์ c: จากนั้นคลิกปุ่ม OK



3. ถึงตรงนี้ให้รอสักครู่ (เพื่อนๆคนไหนที่ไม่ได้ทำDisk Cleanupมาก่อน อาจต้องรอนานหน่อยนะ แต่ก็ขอให้อดทนรอ)



4. ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการลบแล้วล่ะ ให้คลิกปุ่ม OK




5. คลิกปุ่ม Yes เพื่อยืนยัน



6. แสดงสถานะการลบไฟล์ขยะให้รอสักครู่จนกว่าหน้าต่างนี้จะหายไป



หลังจากเสร็จสิ้นทั้ง 6 ขั้นตอนนี้แล้ว ให้ลองกลับไปตรวจสอบขนาดพื้นที่ของฮาร์ดดิสดูอีกครั้งตามที่ได้แนะนำไว้เมื่อตอนต้นของบทความ เชื่อว่าน่าจะได้พื้นที่ว่างกลับมาอีกพอสมควรเลยล่ะครับ พื้นที่ว่างที่ได้กลับมาอาจทำให้บางคนไม่ต้องไปลบโปรแกรมหรือไฟล์งานในเครื่อง (รวมทั้งไฟล์เพลงด้วย) โดยเฉพาะกับผู้ใช้คอมพิวเตอร์บางท่านที่ไม่เคยทำ Disk Cleanup มาก่อน ก็จะได้พื้นที่ว่างกลับมาเยอะจนเราคาดไม่ถึงทีเดียว...






ขอขอบคุณ. . .


Orange Small Fish : ปลาตัวเล็กสีส้ม




วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551

สาระความรู้ "เรื่องสุขภาพ"

โรคแพ้อากาศ...เป็นโรคที่พบบ่อยทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก ผู้ป่วยมักจะมาด้วยอาการ จาม คัดจมูก
มีน้ำมูกใส ๆ ไหลเป็น ๆ หาย ๆ อาการเหล่านี้มักมีความสัมพันธ์กับสิ่งกระตุ้น เช่น
ละอองเกสรของพืช ไรฝุ่นและสัตว์เลี้ยง ผู้ป่วยบางรายอาจมาด้วยอาการของไซนัสอักเสบเรื้อรัง
อาการเหล่านี้ถึงแม้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็เป็นที่รำคาญต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วยและบุคคลใกล้เคียง

ทำไมจึงเป็นโรคภูมิแพ้
ผู้ป่วยที่เป็นโรคแพ้อากาศมักมีพื้นฐานทางกรรมพันธ์ เช่น การมีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นโรคภูมิแพ้
รวมทั้งมีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมเป็นตัวเสิรม เช่น การที่มีไรฝุ่นเป็นจำนวนมากในบ้าน นอกจากนี้
ปัจจัยส่งเสริมอื่น ๆ เช่น มลพิษในอากาศหรือควันบุหรี่ ก็จะทำให้อาการแพ้อากาศเป็นมากขึ้นได้

จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคแพ้อากาศ
นอกจากประวัติและการตรวจร่างกายแล้ว การตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการที่จะช่วยในการวินิจฉัยโรคแพ้อากาศ ได้แก่
1. การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง จะช่วยในการบอกถึงสารที่ก่อภูมิแพ้ สารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญในประเทศไทย ได้แก่
ตัวไรฝุ่น แมลงสาบ สัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น แมวและสุนัข ละอองเกสรหญ้า และต้นไม้ เชื้อราในบ้าน เป็นต้น การที่
ทราบถึงสารก่อภูมิแพ้ จะมีประโยชน์อย่างมากในการแนะนำผู้ป่วยให้หลีกเลี่ยงจากสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้น
2. การตรวจเซลล์ภูมิแพ้ในจมูก สามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ และช่วยแยกโรคภูมิแพ้จากโรคติดเชื้อในจมูก
3. การทดสอบอื่น ๆ เช่น การส่องดูจมูกด้วยเครื่องมือพิเศษ (Rhino-scopy) การ X-Ray ดูในโพรงอากาศไซนัส
เพื่อวินิจฉัยภาวะไซนัสอักเสบ ซึ่งอาจพบร่วมกับภาวะภูมิแพ้ทางจมูก เป็นต้น

จะปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อเป็นโรคแพ้อากาศ
1. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและปัจจัยส่งเสริม เช่น คลุมที่นอนและหมอน ถ้าแพ้ตัวไรฝุ่น ขจัดแมลงสาบและสัตว์เลี้ยงในบ้าน
ถ้าแพ้สารเหล่านี้ การใช้เครื่องปรับอากาศจะช่วยกรองเอาสารก่อภูมิแพ้บางอย่างออกไปจากบ้าน เป็นต้น
2. ล้างจมูกอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำเกลือ จะช่วยลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในจมูก และอาจมีผลลดการติดเชื้อในโพรงไซนัส
เนื่องจากทำให้น้ำมูกไหลออกมาได้ดีขึ้น และไม่มีการอุดตันของน้ำมูกที่มาจากโพรงไซนัส วิธีการล้างจมูกอย่างง่าย ๆ คือ
• 1. ผสมน้ำต้มสุก 500 ซีซี ( ครึ่งลิตร ) กับเกลือ 1 ช้อนชา
• 2. เทน้ำเกลือลงในแก้ว และดูดด้วยลูกยางแดง หรือ Syringe
• 3. ให้ผู้ป่วยก้มหน้า กลั้นหายใจ พร้อมกับบีบน้ำเข้าไปในรู้จมูกช้า ๆ น้ำเกลือควรจะไหลกลับลงมาข้างล่าง
หรือ ไหลไปที่จมูกอีกข้างหนึ่ง ไม่ควรให้คนไข้แหงนหน้า เพราะจะทำให้สำลักน้ำเกลือ
• 4. ให้ผู้ป่วยสั่งน้ำมูก และเช็ดน้ำมูกที่เหลือทั้งหมด
3. การใช้ยา Antihistamine ซึ่งจะช่วยลดอาการคันจมูก น้ำมูกไหลและอาการจามได้ ในปัจจุบันมียา Antihistamine
ใหม่ ๆ ที่มีผลทำให้ง่วงนอนน้อยกว่ายาเดิมได้
4. การใช้ยาพ่น Steroid จะช่วยลดอาการคันจมูก คัดจมูก น้ำมูกไหลและอาการจามได้ การใช้ยาพ่น Steroid ในขนาด
ที่เหมาะสมจะมี ผลข้างเคียงน้อยกว่าการรับประทานยา Steroid
5. การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ เป็นการฉีดสารก่อภูมแพ้ขนาดน้อย ๆ ติดต่อกันเป็นเวลา 2-3 ปี วิธีนี้จะทำให้ร่างกายทนต่อสารก่อภูมิแพ้
และทำให้ลดปริมาณการใช้ยาลง

ขอขอบคุณ. . .

Gymboree Newsletter ฉบับที่ 10 ปี 2003



วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2551

- -''


วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2551

แม่



แม่ไม่เคยหลอกให้เราหลงรัก



เพราะเราเต็มใจรักแม่โดยไม่ต้องหลง



แม่อาจตีเราให้เจ็บกาย แต่แม่ไม่เคยทำให้เราเจ็บใจ



แม่ ส่งเสียให้เราทุกอย่าง แต่แฟนไม่เคยส่งเสียเราเลย

แม่ไม่เคยบอกเลิกเรา


แม่เป็นแบงก์ส่วนตัว ไม่เคยคิดดอกเบี้ยและไม่ทวงคืน


แม่เห็นเราแก้ผ้าตั้งแต่เด็ก โดยไม่เคยติเรื่องรูปร่างของเรา


ขอหอมแก้มแม่ ไม่ยากเท่าหอมแก้มแฟน


แม่สอนให้เราพูดได้ เพื่อที่จะไปบอกรักแฟนตอนโต


แม่ยอมเป็นยัยอ้วนลงพุง 9 เดือนเพื่อให้เราอยู่อาศัยอย่างปลอดภัย


ในประเทศนี้ไม่มี "วันแฟนแห่งชาติ" เหมือน"วันแม่"



วันนี้ คุณอยากบอกแม่ว่าอะไร. . . .

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เตียมฝึกฯ

ช่วงนี้กำลังยุ่งกะงานหลาย ๆ ชิ้น
โดยเฉพาะงานเตียมฝึกฯ
ต้องรีบทำเวป ทำpowerpoint ให้ออกมาดูดี และสวยงาม
เพื่อที่การนำเสนอจะได้ไม่เป็นที่น่าอายแก่ผู้อื่น. . .
ไม่รู้ว่าจะผ่านไปด้วยดีไหม
แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด

╠ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ╬ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ═ ╣

เตียมฝึกฯ เป็นอีกภาควิชานึงที่ต้องเรียน เพื่อ เป็นการเตรียมตัว
ก่อนออกไปฝึกงานจริง และเพื่อความพร้อมในทุก ๆ เรื่อง
การเรียนเตียมฝึกทำให้เราได้รับความรู้มากมาย
ไม่ว่าจะรู้เรื่องของการใช้ชีวิตช่วงการทำงาน และการมีสังคมในอีกหลาย ๆ รูปแบบ

เศร้า

โทสับพัง เศร้าใจสุด สุด

มันคงเกิดจากความโง่ของตัวเอ

ที่ทำไรไม่รู้จักระมัดระวัง



คิดแล้วเศร้า ต้องมาใช้โทสับของคนอื่น
ซึ่งเป็นอะไรที่แย่สุด สุด


วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

][f][i][r][s][t][





วันนี้เป็นวันแรกของการเขียน blog ปกติไม่เคยทำมาก่อน


ส่วนมากจานั่งเล่น hi5 มากก่า


แต่เนื่องจากเป็นคำแนะนำหรือเรียกว่าคำสั่งดีหว่า+ต้องทำงานส่ง


เลยต้องมาหัดเขียน หัดแต่ง blog เข้าไว้


จะได้เก่ง ๆ ในวันข้างหน้า


เขียนไม่เป็นหรอก แต่จะหัดเขียนไปเรื่อย ๆ ทำอะไรไม่เป็นก็ต้องหัดทำไปเรื่อย ๆ


เดี๋ยวมันกะดี กะเก่งขึ้นเอง






ปล.


จะพยายามหัดเขียน


เรียนรู้ ศึกษา


จะได้เขียนสวย สวย


เก่ง เก่ง
 
html { scrollbar-face-color:#800000; scrollbar-highlight-color:#FF0000; scrollbar-3dlight-color:#800000; scrollbar-darkshadow-color:#800000; scrollbar-shadow-color:#FF0000; scrollbar-arrow-color:#ECC977; scrollbar-track-color:#800000; }